Breaking News

PCE ผนึกกำลังภาครัฐและหน่วยงานด้านความมั่นคง จัดฝึกตอบโต้เหตุยึดเรือสินค้า ณ ท่าเรือ พี.เค. ยกระดับมาตรฐานความมั่นคงทางทะเลสู่ระดับสากล

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 บริษัท พี.เค. มารีน เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ชุดปฏิบัติการพิเศษมัจฉานุ กองบังคับการตำรวจน้ำ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุและตอบโต้ผู้ก่อการร้ายปล้นสะดมยึดเรือบรรทุกสินค้า (Field Training Exercise : FTX) ประจำปี 2569 ณ ท่าเรือ พี.เค. จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เพื่อทดสอบความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยและการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางทะเล ภายใต้มาตรฐาน International Ship and Port Facility Security Code (ISPS Code) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยมี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นาวาเอก ณัฐพล สินพูลผล รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานด้านความมั่นคง ภาคเอกชน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับการฝึกดังกล่าวเป็นการจำลองสถานการณ์ผู้ก่อการร้ายเข้าปล้นสะดมและยึดเรือบรรทุกสินค้าในพื้นที่ท่าเรือ โดยใช้แนวทางการปฏิบัติ Vessel Boarding, Search and Seizure (VBSS) และ Close Quarters Battle (CQB) ในการตอบสนองต่อสถานการณ์เสมือนจริง ครอบคลุมการตรวจพบภัยคุกคาม การแจ้งเตือนเหตุ การควบคุมพื้นที่ การบูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน การเข้าควบคุมสถานการณ์ การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และการฟื้นฟูการดำเนินงานภายหลังเหตุการณ์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัย บุคลากร อุปกรณ์ และกระบวนการสั่งการในภาวะวิกฤต

ท่าเรือพาณิชย์ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความมั่นคงของท่าเรือจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

PCE ในฐานะผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและโลจิสติกส์ครบวงจรของประเทศไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการบริหารความเสี่ยง โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของบุคลากร ระบบรักษาความปลอดภัย และความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรองรับภัยคุกคามและสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

การฝึกซ้อมในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ (ISPS Code) มาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือและเรือระหว่างประเทศ ภายใต้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO)เท่านั้น  แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ PCE ในการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทะเลของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ นักลงทุน คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตลอดจนสนับสนุนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ การฝึกยังเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางทะเล อันเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการขนส่งและการค้าของประเทศ

PCE ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความปลอดภัย และความยั่งยืน ที่ผ่าน EIA (Environmental Impact Assessment) คือ รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่โครงการท่าเรือขนาดใหญ่ต้องจัดทำและได้รับความเห็นชอบก่อนดำเนินการ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การขยายศักยภาพทางการค้า และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน

………………………………………………………………

About The Author

Related posts