พังงาเดินหน้าขับเคลื่อนเชิงรุก! เปิดงานวันงดสูบบุหรี่โลก-ต่อต้านยาเสพติดโลก ย้ำจุดยืนสกัดกั้นบุหรี่ไฟฟ้า ปกป้องเยาวชน สู่เป้าหมายเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก

วันที่(25 มิถุนายน 2569) ณ ลานจัตุรัสเมืองพังงา หน้าศาลากลางจังหวัดพังงา (หลังเก่า) นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีเปิด “กิจกรรมสร้างกระแสวันงดสูบบุหรี่โลกและวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า #นิโคตินเสพติด จน ตาย” เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการตลาดเชิงรุกของอุตสาหกรรมยาสูบ

โดยงานนี้จัดขึ้นจากความร่วมมือของจังหวัดพังงา มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา ศูนย์ข่าวปลอดควันจังหวัดพังงา กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็น ก้าวสำคัญในการต่อยอดและขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม สืบเนื่องจากการประชุมระดมความคิดและแถลงข่าวความร่วมมือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ “จังหวัดพังงาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” Tobacco Control Mapping Forum จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา

ซึ่งในครั้งนั้นจังหวัดพังงาและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันปักหมุดและตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย คือ การทำสถานศึกษาในจังหวัดพังงาปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% ควบคู่กับการลดอัตราการสูบบุหรี่ของประชากรจากร้อยละ 22.0 ให้เหลือร้อยละ 17.0 เพื่อยกระดับพังงาไปสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงสุขภาพคุณภาพสูงระดับโลก” ตามยุทธศาสตร์จังหวัด

“จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2567 พังงายังคงมีอัตราการสูบบุหรี่สูงเป็นลำดับที่ 9 ของภาคใต้ จังหวัดจึงได้สั่งการขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นผ่าน 3 กลไกหลัก คือ การป้องกัน การคุ้มครอง และการสนับสนุนการบำบัด พร้อมทั้งดำเนินปฏิบัติการ ‘ผู้ว่าฯ รักพิทักษ์เยาวชน’ เพื่อป้องปรามบุหรี่ไฟฟ้าและสิ่งผิดกฎหมายในสถานศึกษาอย่างจริงจัง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องลูกหลานชาวพังงาจากสารเสพติดรูปแบบใหม่ ๆ เช่น สารสกัดกัญชา (THC) หรือ ยาเค ที่แฝงมากับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้ ทำให้เด็กแอบเสพได้ง่ายและติดสารนิโคตินรุนแรงจนทำลายสมองและอนาคต” รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงากล่าว

ขณะที่ เภสัชกร พรศักดิ์ มธุรส รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา ระบุว่า สสจ.พังงา ในฐานะหน่วยงานหลักในการวางแผนและบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับฝ่ายปกครองและท้องถิ่น พร้อมเชื่อมร้อยกลไกคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่มิติด้านสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการร่วมกับมิติด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยจากควันบุหรี่และไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสอง มือสามอย่างแท้จริง

ด้าน นางสาวบังอร ฤทธิภักดี เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และที่ปรึกษาอาวุโสมูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่ (SEATCA) กล่าวว่า การเข้าสู่วงจรการเสพติดนิโคตินในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน จะส่งผลเสียต่อทั้งพัฒนาการของสมอง การเรียนรู้ และสุขภาพ งานวิจัยชี้ชัดว่า หากเสพติดบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งเลิกยากกว่าบุหรี่ธรรมดา จึงอยากท้าทายจังหวัดพังงา ในการตั้งเป้าหมายลดอัตราการสูบบุหรี่จากร้อยละ 22 เหลือร้อยละ 17.7 เทียบเท่าจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้

นางสาวบังอรยังเน้นย้ำถึงทิศทางในระดับสากลระหว่างการเสวนาว่า “ปัจจุบันทิศทางการรณรงค์ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ทั่วโลก กำลังมุ่งหน้าสู่ประเด็น “Tobacco & Nicotine Free Generation” หรือ “เยาวชนรุ่นหลังต้องปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าและนิโคติน” ซึ่งเป็นแนวคิดระดับโลกที่มุ่งปกป้องเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ไม่ให้เข้าสู่วงจรการเสพติดนิโคตินในทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากอุตสาหกรรมยาสูบข้ามชาติได้เปลี่ยนเป้าหมายและปรับกลยุทธ์อย่างน่ากลัวเพื่อดึงดูดใจวัยรุ่นทั่วโลก ดังนั้น การที่จังหวัดพังงาลุกขึ้นมาประกาศเจตนารมณ์และขับเคลื่อนมาตรการสกัดกั้นบุหรี่ไฟฟ้าในครั้งนี้ จึงเป็นการก้าวเดินที่สอดคล้องกับมาตรฐานและทิศทางการปกป้องเยาวชนในระดับสากลอย่างแท้จริง

ทางด้าน นางสาวบุญญิสา ศรีเพชร นักเรียนชั้น ม.5/2 โรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา ตัวแทนเยาวชนเครือข่าย Gen Z Gen Strong เลือกไม่สูบ จังหวัดพังงา ได้กล่าวสุนทรพจน์สะท้อนเสียงของคนรุ่นใหม่บนเวที โดยแสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า เยาวชนพังงาตระหนักดีถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าที่แฝงมาในรูปแบบของเล่นหรือขนมเพื่อดึงดูดใจ เครือข่ายเยาวชนจึงขอประกาศจุดยืน “ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า และไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของธุรกิจยาสูบทุกชนิด” พร้อมทำหน้าที่เป็นพลังคนรุ่นใหม่ในการสอดส่องดูแล คอยเตือนเพื่อน และร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อทำให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100%

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนาหลากมิติจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านกุมารเวชศาสตร์ ด้านการศึกษา ภาคท้องถิ่น รวมถึงการแสดงเชิงสร้างสรรค์ของเครือข่ายเยาวชน และนิทรรศการจากภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ ซึ่งแสดงถึงความพร้อมเพรียงและความมุ่งมั่นของจังหวัดพังงาในการเดินหน้าสู่เป้าหมายจังหวัดปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
………………
