เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (11 ส.ค. 69 )นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าสาขาพรรคประธิปัตย์ เขต 1สุราษฎร์ธานี ร่วมกับนายกิตติชัย ใสสะอาด อดีตประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ,ร.ต.อ.อุดม สุขปาน ,นายบุญทัย ศรีศุภลักษณาการ ทีมงาน พรรคประชาธิปัตย์ และทีมงาน พร้อมด้วย นายสุวคนธ์ เรืองนุ้ย 1ใน12 สท.ที่ไม่รับญัตติรับมอบลงพื้นที่ “พรุคลองควาย” ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เห็นกับตาถึงกับชื่นชม 12 สท.ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชน

สำหรับ “พรุกองควาย” เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ในตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกพัฒนาโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เป็นแก้มลิงแก้ปัญหาน้ำท่วมเมือง และยกระดับเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางเมืองสำหรับพักผ่อนและออกกำลังกาย ด้วยงบประมาณกว่า 150 ล้านบาท ที่เปิดใช้งานมาแล้วประมาณ 6 เดือนและอยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งมอบให้ทาง เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เข้ามาดูแลต่อ

แต่ปรากฏว่าในการประชุมสภาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและเสียง สมาชิกสภาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี (สท.) มีมติ 12 ต่อ 11 เสียง ยังไม่เห็นชอบการรับมอบทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่พรุคลองควาย โดยในวันนี้ นายสุวคนธ์ เรืองนุ้ย หนึ่งในจำนวน สท. 12 คน ที่ไม่เห็นชอบการรับมอบทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่พรุคลองควาย กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่เห็นชอบ เนื่องจากเมื่อพิจารณาแล้ว เห็นว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่รับในสิ่งนี้

แต่ถ้าเรารับมอบพื้นที่ดังกล่าวที่ยังมีปัญหาก็จะเป็นภาระของเทศบาล ถึงแม้โครงการมีสัญญา 2 ปี แต่ไม่มั่นใจว่าระยะ2ปี ถ้ารับมาแล้วจะมาทำตอนไหน และถ้าไม่ทำ ทางเทศบาลจะต้องเกลี่ยงบมาทำตรงนี้ จะทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาเรื่องที่สำคัญๆให้กับพี่น้องประชาชนที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกหลายๆโครงการ”

“จริงอยู่ที่บอกว่าพี่น้องประชาชนได้ออกกำลังกายแต่หลังจาก 6 โมงครึ่งไปแล้ว ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีห้องน้ำ แต่ถ้าแก้ปัญหาแล้วเสร็จแล้วมีเรื่องนี้เข้าสภาก็ต้องมีการให้ความเห็นชอบอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นผลประโยชน์ เป็นความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน และที่ตนยังเป็นห่วงในเรื่องของราวกันตกซึ่งจำเป็นต้องมี หากเกิดปัญหาขึ้นมาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีก็ต้องรับผิดชอบอย่างดี

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งบประมาณ 150 ล้านบาทในการสร้างพรุคลองควายแห่งนี้ จะต้องแข็งแรง สมบูรณ์ ตรงตามทีโออาร์.ข้อกำหนดในสัญญาทุกประการ แต่สภาพที่เห็นไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พบรอยรั่วรอยแตก ระหว่างแผ่นคอนกรีตมีการนำโฟมมาปิด เป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เรื่องนี้ต้องส่ง ให้ ปปช.ส่วนกลางตรวจสอบ และต้องขอชื่นชม 12 สท.ที่ไม่เห็นชอบรับมอบพรุกองควายในการประชุมที่ผ่านมา เป็นการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน และที่สำคัญทุกคนต้องการให้ประชาชนต้องปลอดภัยออกกำลังกายอย่างมีความสุข

ด้านนายกิตติชัย ใสสะอาด อดีตประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ขอชื่นชม 12 สท. ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ได้ดูแลผลประโยชน์ของบ้านเมือง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นสาธารณะ ประชาชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล โดยสิ่งที่เห็นวันนี้บอกเลยว่าไม่คุ้มกับงบประมาณที่จ่ายเลย ทั้งลู่วิ่ง บริเวณสถานที่ และที่สำคัญคือไม่มีราวกันตก ถ้าเด็กๆไปเล่นริมน้ำจะอันตรายมาก “จะให้คนตายหรือเด็กตายก่อนหรือ จึงจะทำ รอให้เกิดเหตุ ถอดบทเรียน แล้วจึงทำ” นายกิตติชัย กล่าว

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่พรุคลองควาย จัดเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ย่อมได้ โดยมุ่งเน้นให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นทั้งแหล่งพักผ่อน แหล่งออกกำลังกาย และจุดหมายปลายทางด้าน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย

มีองค์ประกอบที่ออกแบบ อาทิ ทางเดินและเลนหรือช่องทางจักรยานระยะทางกว่า 1,594 เมตร ที่รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ โครงสร้าง ป้องกันตลิ่ง พร้อมระบบระบายน้ำ เพิ่มความปลอดภัยและความสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของครอบครัว ป้ายปฏิมากรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น

ทั้งหมดนี้ถูกพัฒนาโดยยึดหลักวิชาการด้านผังเมืองและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “พรุคลองควาย” ยังคงเสน่ห์ของพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติ ควบคู่กับการรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคตแต่ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จสภาพที่เห็น ชาวบ้านที่มาออกกำลังกายพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดูเหมือนจะไม่ตรงปกเท่าที่ควร สภาพลู่วิ่ง ทางเดินหลุดลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ แสงสว่าง ไม่มี ห้องน้ำก็ไม่มีบริการ.
………………………………………………………………


