เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งตำบลท่าทองใหม่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี่แบบง่ายแห่งแรกในภาคใต้มาใช้ ในการเลี้ยงกุ้งใช้ออกซิเจนมากขึ้น ขุดบ่อลึกกว่าเดิม แทนการเลี้ยงกุ้งแบบเดิมๆเพื่อลดต้นทุน และลดการใช้สารเคมี เป็นแนวทางจุลินทรีย์ ทำให้ประหยัดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้เป็นที่น่าพอใจ หลังเลี้ยงมาแล้ว 1 รอบ

นายธนวิช เคียนเขา อายุ 29 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ้านคลองฉิมหวัง ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากที่เรียนหนังสือจบได้กลับมาช่วยแม่ในการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งเดิมแม่เลี้ยงอยู่แล้ว และเป็นการเลี้ยงแบบเก่าที่ต้องใช้เครื่องตีน้ำหรือกังหันในการตีนำเพื่อสร้างอากาศให้กับกุ้งที่เลี้ยง ต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่ปัจจุบันตนและโค๊ชโต้งได้ช่วยกันเลี้ยงแบบใหม่ โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบง่ายๆให้ใช้พลังงานลดน้อยลง

ซึ่งแบบเก่าจะต้องใช้เครื่องตีน้ำจำนวน 12 เครื่องต่อบ่อ แต่การเลี้ยงแบบใหม่ใช้เครื่องตีนำเพียง 2 ตัว และใช้รูสใต้น้ำหรือการให้ออกซิเจนหรืออากาศพ้นใต้น้ำให้เป็นฟองอากาศ ในแนวดิ่ง จากใต้น้ำขึ้นมาสู่เหนือน้ำหรือข้างบนและทำลายตะก้อนหรือขี้ของกุ้งได้ ทำให้กุ้งได้ออกซิเจน ตั้งแต่พื้นจนถึงผิวน้ำและกระจายไปทั่วทั้งบ่อ

เมื่อเปรียบเทียบเนื้องที่ 1 ไร่ในการเลี้ยงกุ้ง เมื่อนำแบบเก่ามาเปรียบเทียบกับการเลี้ยงแบบใหม่ทำให้แบบกุ้งบ่อจะลึกประมาณ 1.5-1.7 เมตร ลงกุ้งได้น้อยกว่า การเลี้ยงแบบใหม่ที่ขุดเป้นบ่อลูกประมาณ 3.7 เมตร สามารถลงกุ้งได้มากกว่าและใช้เครื่องตีน้ำได้น้อยกว่า ในเนื้อที่ 1 ไร่เลี้ยงประมาร 1.5-2 แสนตัว แบบใหม่สามารถเลี้ยงได้ประมาร 4-5 แสนตัวต่อไร่ การเลี้ยงก็มีความแตกต่างกันใช้เวลาน้อยกว่า กุ้งมีความเจริญเติบโตมากกว่า ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรรกรผู้เลี้ยงกุ้ง

นายเมธากร โฮ้แตกิม อายุ 52 ปี หรือโค๊ชโต้ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตนอยู่ในวงการเลี้ยงกุ้งมากว่า 20 ปี ทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันนี้ตนก็เดินทางไปมาระหว่างไทยกับเวียดนาม ซึ่งการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทยย้ำอยู่กับที่ทำให้ผลผลิตก็ยังเหมือนเดิมไม่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยการเลี้ยงในรูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับประเทศไทยเพื่อที่จะให้มีผู้ซื้อเข้ามาในไทยมากขึ้น หากเรายังยึดติดกับภาพเดิม ๆ การเลี้ยงแบบใหม่ทำให้เราลดต้นทุนโดยเฉพาะในเรื่องของการใช้พลังงาน เราไม่ได้ใช้ยาสหรือสารเคมี เข้ามาในระบบการเลี้ยง จะเป้นแนวทางจุลทรีย์ล้วน ๆ การถ่ายน้ำก็จะลดลงหมายถึงลดค่าใช้จ่ายทุกอย่างในการเลี้ยงกุ้ง อย่างการสูบน้ำกลางบ่อเราไม่ต้องใช้มอเตอร์ หรือใช้ปั๊มน้ำ เราใช้ระบบแอริสในการยกน้ำออกจากบ่อ เพื่อที่จะเข้าขี้กุ้งและเศษอาหารที่เหลืออกจากบ่อ

การเลี้ยงแบบนี้ถือว่าเป็นรายแรกในภาคใต้เพราะยังไม่เห็นการเลี้ยงระบบนี้ในสุราษฎร์ธานีหรือภาคใต้ แต่ที่ประเทศเวียดนามมีการเลี้ยงแล้ว หากเปรียบเทียบพื้นที่ 1 ไร่ หากเป็นบ่อดินและบ่อแบบใหม่บ่อแบบใหม่จะโตเร็วกว่า เพราะการให้ออกซิเจนระบบจะทั่วถึงมากกว่าที่เลี้ยงแบบการตีน้ำแบบเก่า ทำให้กุ้งมีน้ำหนักและโตเร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้เราเลี้ยงกุ้งแบบใหม่อยู่ 2 บ่อและกำลังขายยอีก 6 บ่อเพราะการเลี้ยงสองบ่อที่ผ่านมาทำให้เราเห็นถึงต้นทุนที่ลดต่ำลงมาได้มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของการเลี้ยงแบบเก่า การเลี้ยงแบบเก่าได้เพียง 4-5 ต้นแต่แบบให้สามารถให้ผลผลิตได้เกือบ 10 ตัน ในพื้นที่เท่ากัน

การว่ากุ้งมีคุณภาพหรือกุ้งฟรีเมียม์ในประเทศไทยที่เราจะไปต่อสู้กับต่างประเทศได้ ควรเป็นกุ้งที่อยู่ในบ่อพีอี(ใช้พลาสติกรองก้นบ่อ) ลีต้นทุนที่ต่ำและการแข่งขันได่ง่ายขึ้น ในขระที่ต่างประเทศยังเป็นบ่อดินอยู่เรามีกุ้งแบบนี้เมื่อนึกถึงคนที่กินกุ้งเราจะเลือกซื้อกุ้งจากบ่อที่หุ้มด้วยพลาสติกหรือซื้อจากบ่อดิน เพราะความสะอาดของกุ้งจะต่างกันมากอีกทั้งยังประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเลี้ยง


